การใส่ห่วงรัดกระเพาะ (Laparoscopic Band or lap Band)

การผ่าตัดล้ำน้ำหนักแบบ bypass bmc
การตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบบายพาส Bypass
26/01/2017
ผ่าตัดลดอ้วนแบบสลีฟ ที่ไหนดี
การตัดกระเพาะ ผ่าตัดลดน้ำหนัก แบบสลีฟ
26/01/2017

แบบที่ 2 การใส่ห่วงรัดกระเพาะ

(Laparoscopic Band or lap Band) 

การตัดกระเพาะ ผ่าตัดลดน้ำหนัก แบบอื่นๆ

การผ่าตัดกระเพาะบางส่วนออกแบบสลีฟ

การผ่าตัดกระเพาะแบบบายพาส

การใส่บอลลูนลดน้ำหนัก

โดยการส่องกล้องผ่านแผลเล็กๆที่หน้าท้อง 3-4แผล เพื่อนำห่วงเข้าไปรัดส่วนบนของกระเพาะโดยไม่ได้ตัดอะไรออก อาหารที่ทานจะถูกกักไว้ส่วนบนของกระเพาะที่ถูกรัดทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน น้ำหนักก็จะเริ่มลดลง โดยจะห่วงดังกล่าวจะบรรจุน้ำเกลืออยู่ภายในและ จะต่อกับท่อเล็กๆมาติดที่ผิวหนังโดยเราสามารถปรับระดับความแน่นของห่วงมาก หรือน้อยได้

โดยเพิ่มหรือลดระดับน้ำเกลือผ่านท่อเล็กๆนั่นเองค่ะ   เมื่อห่วงแน่นมากก็จะกินได้น้อยมีการอาเจียน แต่ถ้าห่วงหลวมเกินไปก็จะกินได้เป็นปกติ น้ำหนักก็กลับไม่ลดลงอีก ดังนั้นต้องมีการปรับระดับน้ำจนกว่าจะเข้าที่

ข้อดี การใส่ห่วงรัดกระเพาะ 

คือแผลเล็ก ไม่เจ็บ นอนโรงพยาบาลแค่ 1 คืนก็เพียงพอและไม่ต้องพักฟื้นมาก ไม่มีการตัดอะไรออกไป ทำให้สามารถเปลี่ยนใจเลิกทำได้  ข้อเสียที่สำคัญคือการที่ห่วงมีขนาดเล็ก ทำให้ต้องทานอาหารเหลวเป็นหลัก  นานๆไปน้ำหนักก็อาจไม่ลดได้และเบื่อ  อีกทั้งห่วงอาจจะหลุดหรือเลื่อนและมีปัญหาของการปรับระดับความแน่นของ ห่วง ที่สำคัญคนไข้อาจเรียนรู้การกินของที่ชอบได้โดยการปั่นก่อน ก็สามารถทานได้เป็นปกติเรื่อยๆ หลายแก้ว

หรืออ้วนขึ้นจากการทานแอลกอฮอล์หรือเบียร์ (สามารถลอดผ่านห่วงลงไปในกระเพาะส่วนล่างได้หากกินช้าๆจึงกินได้เรื่อยๆไม่ จำกัดจนทำให้อ้วน)  จึงทำให้น้ำหนักไม่ค่อยลดลงในระยะยาว

ปัจจุบันการใส่ห่วงแบบนี้ ได้รับความนิยมลดลงเรื่อยๆ ทั้งจากปัญหาของห่วงและน้ำหนักที่ลดลงน้อยกว่าที่คาด จากประสบการณ์ของเรา มีคนไข้น้อยมากที่สามารถทนใส่ห่วงได้นานเกินสิบปี เพราะปัญหาของห่วงนั่นเอง  ที่รัตตินันท์คลินิกเรารับบริการนำห่วงออกและเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดแบบอื่นๆแทนได้ค่ะ