กลิ่นตัวกลิ่นเต่า…ปัญหากวนใจที่แก้ไขได้

ดูดไขมันหน้าอก
”Gynecomastia” ภาวะนมโต เรื่องคันๆ ของคุณผู้ชาย  
15/07/2016
บอลลูนลดความอ้วน
การใส่บอลลูนในกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก
26/01/2017

yH5BAEAAAAALAAAAAABAAEAAAIBRAA7 - กลิ่นตัวกลิ่นเต่า...ปัญหากวนใจที่แก้ไขได้

กลิ่นตัว กลิ่นเต่า รักษาได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

กลิ่นตัว หรือกลิ่นเต่าเป็นปัญหากวนใจใครหลายคนทั้งคนที่เป็นและคนที่ต้องอยู่รอบข้าง ทำให้เกิดความไม่มั่นใจเสียบุคลิกภาพและอาจเป็นสาเหตุปัญหาความสัมพันธ์และการร่วมงาน

ปัญหา กลิ่นตัว พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเริ่มมีปัญหาเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น โดยสาเหตุของกลิ่นตัว ส่วนใหญ่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของแบคทีเรียบนผิวหนังกับเหงื่อไขมันและชั้นขี้ไคล เหงื่อสร้างมาจากต่อมเหงื่อ ซึ่งอยู่ในชั้นผิวหนังและเปิดทางออกเหงื่อที่ชั้นผิวหนัง ซึ่งกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ บนผิวหนังมีมากถึง 30,000-40,000 ต่อม

โดยบริเวณที่มีต่อมเหงื่อหนาแน่น ได้แก่ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ โดยธรรมชาติเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อนจากร่างกายเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เหงื่อมีลักษณะใส ไม่มีสีไม่มีกลิ่น แต่การกินอาหารที่กลิ่นฉุน, ยาบางชนิด หรือความเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคพันธุกรรมเมตาบอลิกบางชนิดอาจทำให้เหงื่อมีกลิ่นเฉพาะได้ ความอับชื้นจากเหงื่อทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนได้ดีรวมกับชั้นขี้ไคลที่สะสมเป็นสาเหตุของกลิ่น
โดยเฉพาะที่รักแร้และเท้า  นอกจากต่อมเหงื่อ ร่างกายมีต่อมที่คล้ายต่อมเหงื่อ เรียกว่า ต่อมกลิ่น หลั่งสารที่มีลักษณะขุ่น มัน ไม่มีกลิ่น แต่เมื่อถูกย่อยโดยแบคทีเรียบนผิวหนัง ทำให้เกิดมีกลิ่นเหม็นโชย ต่อมกลิ่นพบมากที่รักแร้ รูหู หัวนม ขาหนีบ รอบอวัยวะเพศ และทวาร โดยการหลั่งต่อมกลิ่นสัมพันธ์กับความเครียด ความกังวล ความกลัว ความเจ็บปวด หรือการกระตุ้นทางเพศ พบว่าคนที่มีปัญหากลิ่นตัวมีจำนวนต่อมกลิ่นมาก ขนาดใหญ่และทำงานมากกว่าคนทั่วไป
 

วิธีเบื้องต้นในการป้องกันกลิ่นตัว คือ

1.เลี่ยงอาหารที่ทำให้เหงื่อมีกลิ่น ได้แก่ ผงกะหรี่ พืชตระกูลกระเทียม หัวหอม เครื่องเทศและสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน รวมถึงอาหารที่ทำให้เหงื่อออกมากขึ้น เช่น อาหารเผ็ดร้อน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

2.ลดการสะสมแบคทีเรีย โดยการทำความสะอาดร่างกายด้วยการอาบน้ำด้วยสบู่ลดแบคทีเรียอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และซับให้แห้ง

3.ระหว่างวันเมื่อมีเหงื่อออกควรรีบซับให้แห้งและทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำหรือสบู่อ่อน

4.ใช้สารลดเหงื่อ (anti-perspirant) หรือสารระงับกลิ่น (deodorant) เช่น สารส้ม สารละลายเกลืออะลูมิเนียมคลอไรด์ โรลออน หรือสเปรย์ระงับกลิ่น ส่วนผสมที่เป็นน้ำหอมช่วยอำพรางกลิ่น

5.เลือกใส่เสื้อผ้าและถุงเท้าที่ระบายความร้อนและเหงื่อได้ดี เลี่ยงเสื้อผ้าที่รัด หากเหงื่ออกมาก เช่น หลังเล่นกีฬาควรเปลี่ยนชุดทันทีและรีบนำไปซักหรือทำให้แห้ง เพื่อป้องกันความอับชื้นบนผิวหนังซึ่งทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ดี

6.การควบคุมน้ำหนักตัวให้ไม่มีน้ำหนักเกิน

7.ควรเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดทางอารมณ์ ซึ่งทำให้ต่อมกลิ่นทำงานหนัก

8.กำจัดขนบริเวณที่มีกลิ่น เพื่อลดแหล่งสะสมของเหงื่อ ไคลและแบคทีเรียหากการดูแลเบื้องต้นไม่สามารถขจัดปัญหาได้ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมถึงสาเหตุร่วม เช่น ผิวหนังอักเสบ หรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง โรคเบาหวาน โรคพันธุกรรมเมตาบอลิกการรักษาทางการแพทย์ทำได้หลายวิธี

ได้แก่ การใช้ยาลดเหงื่อชนิดทา คือสารละลายเกลืออะลูมิเนียมคลอไรด์ 20% ออกฤทธิ์ลดการสร้างเหงื่อโดยเข้าไปหยุดการสร้างที่ต่อมเหงื่อโดยตรง ใช้ทาตอนที่ผิวหนังแห้งในเวลากลางคืนและล้างออกตอนเช้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากเฉพาะที่ เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รักแร้ แต่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนังได้และออกฤทธิ์เพียงชั่วคราว ซึ่งอาจไม่ได้ผลการใช้ยาลดเหงื่อชนิดกิน เหมาะกับคนที่มีปัญหาเหงื่อเยอะในหลายๆ ตำแหน่ง แต่อาจมีผลข้างเคียงได้มาก ยาปฏิชีวนะชนิดทาอาจใช้ร่วมกับสบู่ลดแบคทีเรียเพื่อลดจำนวนและชะลอการแบ่งตัวของแบคทีเรียที่ผิวหนัง

การผ่าตัดทำลายต่อมกลิ่นและต่อมเหงื่อ รวมถึงการดูดไขมันชั้นตื้น (superficial liposuction) ในบริเวณที่มีต่อมกลิ่นและต่อมเหงื่อ ได้ผลในการรักษาดีประมาณ 50% อาจใช้คลื่นวิทยุหรืออัลตราซาวนด์ร่วมด้วยในการผ่าตัด ทั้งนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นและกลับเป็นซ้ำได้

นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดเส้นประสาทอัตโนมัติ (thoracic sympathectomy) ที่ใช้ทำลายเส้นประสาทอัตโนมัติ ซึ่งควบคุมการไหลของเหงื่อ อย่างไรก็ดี วิธีนี้มีความเสี่ยงทำลายเส้นประสาทและเส้นเลือดในบริเวณใกล้เคียงได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อน

การฉีดสารโบทูลินัมทอกซิน (Botulinum toxin) หรือที่เรียกกันว่า “โบท็อกซ์” ในบริเวณต่างๆ สามารถลดการหลั่งของเหงื่ออย่างได้ผล แต่ก็ต้องมาฉีดซ้ำทุกๆ 6-12 เดือน ไปตลอดชีวิต

สุดท้าย วิธีการรักษาที่ได้ผลกว่า ถาวรกว่า เจ็บตัวน้อยกว่าและไม่มีผลข้างเคียงใดๆคือการใช้ มิราดราย ค่ะ มิราดรายเป็นเครื่องกำจัดเหงื่อและกำจัดกลิ่นตัวอย่างถาวร โดยทำเพียงสองครั้งห่างกันครั้งละ 3 เดือน ต่อมกลิ่น ต่อมเหงื่อก็จะถูกทำลายอย่างถาวรค่ะ

ปัญหากลิ่นตัวแม้ไม่ใช่โรคอันตรายร้ายแรง แต่มักมีผลกระทบต่อชีวิตในหลายด้าน การรักษาทำได้หลายวิธี ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของโรค
คุณจะหมด ปัญหาเหล่านี้ อย่างแน่นอน ถ้าได้มารู้จักกับ miraDy

ปัญหาที่พบเจอบ่อยจะจบลงที่นี่
กลิ่น รักแร้ ผู้หญิง วิธีกำจัดกลิ่นเต่า วิธีแก้กลิ่นตัวติดเสื้อ กลิ่นตัวแรงเกิดจาก กลิ่นตัวแรง pantip กําจัดกลิ่นรักแร้ถาวร รักษา กลิ่น รักแร้ เหม็น

ปรึกษาปัญหา ได้ทุกคำตอบที่ รัตตินันท์คลินิก

สนใจติดต่อสอบถาม รัตตินันท์คลินิก หรือโทร. 022331424 , 022331425 จันทร์- อาทิตย์ 10.00-20.00 น.

FB : www.facebook.com/rattinanclinic
e-mail: info@rattinanclinic.com

Line@Mobile 2 1024x237 300x69 - กลิ่นตัวกลิ่นเต่า...ปัญหากวนใจที่แก้ไขได้

แชร์