ผ่าตัดถุงใต้ตา สิ่งที่น่ารู้ก่อนทำ

ผ่าตัดถุงใต้ตา (Eye Bag Surgery)

 

 


10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการ ผ่าตัดถุงใต้ตา

1. ถุงใต้ตา คืออะไร

ผ่าตัดถุงใต้ตา จะต้องรู้อะไรบ้าง?   ถุงใต้ตา เกิดจากเนื้อเยื่อรอบตาหย่อนลงร่วมกับมีไขมันนูนออกมามากขึ้น ซึ่งอาจเห็นได้ตั้งแต่วัยรุ่นและชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุ การมี ถุงใต้ตา ไม่ถือว่าเป็นโรคแต่ก็ทำให้ดูเหมือนง่วงนอน ดูอ่อนเพลียและดูแก่กว่าวัยมาก

2. ถุงใต้ตา เกิดจากอะไร

ถุงใต้ตา เกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากพันธุกรรม (จึงสามารถเห็น ถุงใต้ตา ได้ในคนอายุน้อย) แต่ส่วนใหญ่เกิดจากไขมันที่ดันออกมา รวมทั้งมีการหย่อนของกล้ามเนื้อ, การหย่อนคล้อยของผิวหนังใต้ตาตามอายุ, การบวมน้ำและการหย่อนของใบหน้าส่วนล่าง ล้วนมีผลกับการหย่อนของถุงใต้ตา ด้วยค่ะ

ถุงใต้ตา ยังสามารถเกิดได้ในคนไข้บางโรคเช่นคนไข้โรคไต โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจบางชนิด ซึ่งกลุ่มนี้อาจมีทั้ง ถุงใต้ตา และรอยคล้ำรอบดวงตาไปด้วย

ซึ่งวิธีการรักษารอยคล้ำใต้ตาส่วนใหญ่จะไม่ใช้วิธีการผ่าตัดกัน ดูดไขมันใต้ตา ก็ไม่ใช่ทางออกนะคะ

3. แก้ไขถุงใต้ตา ทำอย่างไร

แก้ไขถุงใต้ตา มีทั้งวิธี ผ่าตัดถุงใต้ตาและวิธีไม่ผ่าตัด ขึ้นกับสภาพของผิวหนังและอื่นๆที่แพทย์ตรวจเจอ โดยมาก หากเป็นน้อยก็ไม่จำเป็นต้อง ผ่าตัดถุงใต้ตา แต่สามารถใช้วิธีอื่นๆได้ก่อนเช่น เลเซอร์ถุงใต้ตา การฉีดสารเติมเต็มหรือการฉีดไขมันเข้าไปในบางจุด

ในบริเวณนี้ต้องถือว่าเป็นบริเวณปราบเซียน เพราะใต้ตาเป็นบริเวณที่ฉีดอะไรเข้าไป จะมีลักษณะ over ง่าย คือป่องเป็นลำออกมาน่าเกลียด และอยู่ทนนานผิดปกติ  ดังนั้นผู้ฉีดจำเป็นต้องเลือกสารธรรมชาติที่มาฉีดดีๆ และมีประสบการณ์มากกว่าสิบปีขึ้นไปในการฉีด ถึงจะเริ่มฉีด แก้ไขถุงใต้ตา ได้

การใช้ครีมบางชนิดก็อาจ แก้ไขถุงใต้ตา ได้แต่ได้ผลชั่วคราวค่ะ

ภาพก่อน-หลังการฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ถุงใต้ตา

ภาพหลังการฉีดฟิลเลอร์ ถุงใต้ตาหายทันทีหลังฉีด และอยู่นานสองปี ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล

4. การผ่าตัดถุงใต้ตา มีวิธีทำอย่างไรบ้าง

การ ผ่าตัดถุงใต้ตา ในอดีต มีหลักการคือจะนำเอาไขมันที่นูนออกทั้งหมดร่วมกับตัดหนังที่เกิน ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงหลักการเดิมนี้ไปแล้ว เพราะพบว่าการ แก้ไขถุงใต้ตา แบบเดิม ไม่ได้แก้ปัญหา รอยโค้งรูปพระจันทร์ใต้ตา (ตามรูป) ซึ่งเกิดจากไขมันบริเวณโหนกแก้มยุบตัวลงไปร่วมกับการหย่อนคล้อยของใบหน้า

รอยโค้งรูปพระจันทร์ใต้ตา

รอยโค้งรูปพระจันทร์ใต้ตา

ตอนนี้ศัลยแพทย์รุ่นใหม่ๆจะทำการย้ายไขมันในส่วนตา ออกมารอง ร่องรูปโค้งพระจันทร์ใต้ตา หลังการตัดพังผืดระหว่างผิวหนังและกระบอกตาออก เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นรอยใหม่    ทำให้ดูเหมือนว่าการ ตัดถุงใต้ตา ซับซ้อนมากขึ้นแต่กลับได้ผลดีกว่าเดิม

ในกรณีที่มีร่องน้ำตาร่วมด้วยอาจจะต้องนำไขมันนั้นมาเติมร่องดังกล่าวให้ตื้นขึ้นอีก  โดยเฉพาะเมื่อคนไข้ไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็ม แต่ต้องการเติมสารธรรมชาติเช่นไขมันของตัวเอง

การนำไขมันมาเติมก็จะต้องใช้ไขมันของตัวคนไข้เอง โดยอาจจะสามารถนำไขมันจากถุงใต้ตามาย้ายตำแหน่งใหม่ จัดระเบียบใหม่ หรืออาจจะต้องนำไขมันจากบริเวณอื่นเช่นหน้าท้องมาเพิ่มด้วย การนำไขมันมาในสภาพที่ยังมีชีวิตและสามารถอยู่ได้ในตำแหน่งใหม่ ถือเรื่องสำคัญที่สุดของวิธีการนี้ เพราะต้องการความชำนาญในการทำเช่นกัน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการผ่าตัดถุงใต้ตาในยุคใหม่ดูจะได้ผลดีกว่าเทคนิคเดิมนะคะ คือมีทั้งการเอาถุงไขมันออก และย้ายตำแหน่งไปที่อื่นที่ต้องการเติมเต็ม รวมทั้งการตัดผิวหนังส่วนเกิน ผ่านเทคนิคการซ่อนแผลอยู่ด้านในของขอบตาล่าง

5. ตัดถุงใต้ตา ด้วยเลเซอร์ดีกว่าหรือไม่

การผ่าตัดถุงใต้ตา สามารถใช้อุปกรณ์สามแบบคือ

  1. ใบมีด (Scapel) : ซึ่งเป็นวิธีปกติที่ทำกันในอดีต ราคาถูกและสามารถใช้งานง่าย ขอบแผลจะไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนใดๆ แพทย์บางท่านจึงยังนิยมอยู่ เพราะเชื่อว่าทำให้การหายของแผลจากการผ่าตัดถุงใต้ตาดีกว่าเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ข้อเสียคือการบวมช้ำของตาอาจจะนานกว่า
  2. การผ่าตัดถุงใต้ตาด้วยเลเซอร์   คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 laser) ปกติใช้สำหรับงานผ่าตัดผิวหนังต่างๆอยู่แล้ว โดยพลังงานเลเซอร์จะสามารถควบคุมความลึกได้ดีและความร้อนทำให้ขอบแผลไม่มีเลือดออก ทำให้บวมช้ำน้อย แม้จะมีแพทย์บางท่านนิยมใช้และอ้างว่าสามารถลดอาการบวมหลังการ ผ่าตัดถุงใต้ตา ที่คนไข้จะกลัวมากได้  แท้จริงแล้ว เมื่อเทียบกับการผ่าตัดถุงใต้ตา แบบมาตรฐานที่ใช้ใบมีดไฟฟ้าที่ใช้กัน พบว่าไม่มีความแตกต่างแต่อย่างใด
  3. การใช้ใบมีดไฟฟ้าหรือที่เรียกว่าเครื่องจี้ (Electrical cauterize)  ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้าและคลื่นความร้อนผ่านหัวตัดขนาดเล็ก ซึ่งจะสามารถเลือกได้ว่าจะเล็กในระดับมิลลิเมตรเลยทีเดียว เพื่อความแม่นยำของการทำงาน เนื่องจากขณะทำการตัดตัวใบมีดก็จะจี้หยุดเลือดไปด้วย ทำให้เลือดออกน้อย ก็จะมี อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดถุงใต้ตา น้อยและฟื้นตัวเร็ว     ของรัตตินันท์คลินิกใช้เทคนิคนี้ เพราะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในการใช้งานของโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ในการ แก้ไขถุงใต้ตา อย่างไรก็ดีทักษะความชำนาญของแพทย์แต่ละท่านกับเครื่องมือแต่ละอย่าง เป็นสิ่งที่สำคัญกับการทำงาน เราจึงแทบไม่เห็นความแตกต่างของผลการรักษาในเครื่องมือต่างๆเหล่านี้  ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้มากนักนะคะ

6. ผ่าตัดถุงใต้ตา แล้วแผลจะอยู่ตรงไหน

การ ตัดถุงใต้ตา โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน สามารถจะทำผ่านด้านในของตาล่าง ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบซ่อนแผล  (transconjunctival blepharoplasty) และจะไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็นเหมือนการ ตัดถุงใต้ตา แบบเดิมและลดผลข้างเคียงอย่างอื่นๆได้ เพราะหลังจากที่แผลหาย อาจจะเกิดการดึงรั้งจนเกิดตาล่างปลิ้นออกมากตาแบะออก หรือที่เรียกกันว่าตาแหก (ectropion) ได้

ectropion

อาการตาแหก จากการผ่าตัดตาล่าง

แพทย์ที่ทำสามารถทำ ผ่าตัดถุงใต้ตา แบบใหม่นี้ต้องผ่านการฝึกและทำผ่าตัดมาจนชำนาญ เพราะจะยากกว่าการเปิดผิวหนังปกติ แต่ได้มาซึ่งความสวยงามกว่า และ ภาวะแทรกซ้อนที่น้อยกว่าผ่าตัดถุงใต้ตาแบบเดิม

แต่กลุ่มที่สามาถทำการผ่าตัดแบบซ่อนแผลนี้ได้ มักมีแต่ปัญหาถุงใต้ตาอย่างเดียวโดยไม่มีความหย่อยคล้อยผิวหนังบริเวณถุงใต้ตาร่วมด้วย เพราะหลังการ ตัดถุงใต้ตา ถุงห้อยนั้นอาจจะหดกลับมาสวยงามดังเดิม (โดยเฉพาะคนอายุน้อย)

อย่างไรก็ตามในกรณีที่มีความหย่อนของถุงใต้ตาอยู่แล้ว เช่นในคนอายุมาก หลังจากการดึงไขมันออกมาแล้วผิวหนังบริเวณถุงใต้ตาก็อาจจะเกิดเหี่ยวย่นได้ ซึ่งในกรณีนี้จะต้องมีการตัดผิวหนังส่วนเกินออกมาบ้างเพื่อให้กระชับ จึงจะเห็นมีแผลด้านนอกเป็นแผลขนาดเล็กใต้ขนตาล่าง (sub- ciliary approach)

รวมทั้งอาจจะต้องทำเลเซอร์กระชับผิวหนังบริเวณใต้ตาร่วมด้วย

จะเห็นได้ว่าการทำ ผ่าตัดถุงใต้ตา แบบนี้จึงอาจจะต้องทำถึงสองถึงสามขั้นตอน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่ชำนาญในการประเมินคนไข้ การผ่าตัดและมีอุปกรณ์ที่พร้อม

7. หลังการผ่าตัด แก้ไขถุงใต้ตา จะต้องพักฟื้นนานหรือไม่

ส่วนใหญ่คนที่รับการผ่าตัด แก้ไขถุงใต้ตา จะพักฟื้นราว 2-3 วันเนื่องจากอาการบวมและจำเป็นต้องประคบตาด้วยความเย็นตลอด แต่สามารถทำงานเป็นปกติได้เกือบหมดใน 1 อาทิตย์ และ อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดถุงใต้ตา จะหายสนิทใน 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับแต่ละคน ซึ่งอันนี้สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการผ่าตัดอื่นๆที่ซับซ้อนรวมอยู่ด้วย เช่นการแก้รอยย่นรูปดวงพระจันทร์ใต้ตาที่หล่นย้อยลงมา การบวมอาจจะบวมนานกว่า การตัดถุงใต้ตา แบบธรรมดา

โดยปกติในคนที่ได้รับการผ่าตัดไปกว่า 90% จะหายสนิทในสองสัปดาห์ ซึ่งคำว่าหายสนิทนั้น หมายถึงว่าอาจจะพอเห็นอาการเขียวบ้างเพียงเล็กน้อยหรือบวมเล็กน้อย ชนิดว่าสังเกตุเห็นได้ไม่ง่ายนัก

แต่ก็มีบางกลุ่มที่ อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดถุงใต้ตา อาจจะเป็นมากและนานกว่านั้น โดยเฉพาะคนที่ทำผ่าตัดหลายอย่างร่วมด้วย หรือ ทานยาที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือดเช่นแอสไพรินมาก่อนหน้านี้ บางรายพบอาการบวมช้ำมากหลังการทานวิตามินและอาหารเสริมบางชนิดที่มีส่วนประกอบของวิตามินอีและน้ำมันปลา

อีกปัจจัยของ อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดถุงใต้ตา ที่แตกต่างกัน ก็จะเห็นชัดในอายุที่แตกต่างกันด้วยค่ะ เช่น บางรายอาจเคยทำตาสองชั้นเมื่อยี่สิบปีก่อนตอนอายุ 20 กว่าแล้วหายเร็ว บวมน้อย ก็ไม่ได้หมายความว่าทำตาล่างในอายุปัจจุบันจะออกมาเหมือนกัน ทั้งๆที่ทำการรักษาและผ่าตัดกับคุณหมอท่านเดิม

ดังนั้นสมมติว่าเราจะเข้าพิธีแต่งงานในสองอาทิตย์และต้องการทำผ่าตัดถุงใต้ตาในวันนี้โดยหวังว่าจะหายสนิทนั้น หมออาจจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกอย่างจะหายสนิททันงาน ดังนั้นอาจจะไม่ควรทำในตอนนี้ เพราะเราอาจจะเป็นกลุ่มที่แผลหายช้า อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดถุงใต้ตา เกิดเร็วและหายนานก็ได้ (วิธีหนึ่งในการตัดสินใจคือ ลองดูที่แขนหรือขาหากเห็นรอยเขียวช้ำโดยที่เราเองยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรเช่นไปเดินชนอะไรหรือเมื่อไรก็ไม่ทราบ ให้ถือว่าเราอยู่ในกลุ่มคนที่เขียวช้ำง่ายเสมอ)

คนที่ประคบตาด้วยความเย็นและยกหัวสูงบ่อยๆในช่วงสองถึงสี่วันแรกก็พบว่ามี อาการบวมช้ำหลังผ่าตัดถุงใต้ตาน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง การประคบตาหลังการผ่า ตัดถุงใต้ตา เป็นเรื่องสำคัญและต้องทำตลอด 48 ชั่วโมงแรก รวมทั้งแนะนำนอนหัวสูงในช่วง 1 อาทิตย์แรกด้วยค่ะ

อีกทั้งในช่วงสองอาทิตย์แรกให้งดการออกแรงหรือทำงานหนักที่ต้องเพิ่มแรงดันให้กับใบหน้า เช่นการวิดพื้น ยกน้ำหนัก ห้อยศีรษะ  รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ด้วยนะคะ

8. ศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดถุงใต้ตา ที่รัตตินันท์คลินิกเป็นใคร

Dr.Juntarut Vaivanijkul

Dr.Juntarut Vaivanijkul


พญ. จันทรัสม์ ไววนิชกุล เป็นจักษุแพทย์ตกแต่ง ที่ชำนาญการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตาและเปลือกตาโดยตรง (เป็นสาขาต่อยอดหลังการเรียนจักษุวิทยาจบ ภาษาอังกฤษเรียกว่า oculoplastic surgeon )   จบวุฒิบัตรและอนุมัติบัตร สาขาผ่าตัดตกแต่งรอบดวงตาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรับรองจากแพทยสภา ได้ทำการศึกษาดูงานที่ต่างประเทศทั้งในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ มีประสบการณ์การผ่าตัดเปลือกตาทั้งความสวยงามและรักษาความผิดปกติมาจำนวนมาก  เป็นแพทย์ที่ปรึกษาโรงพยาบาลตำรวจ , โรงพยาบาลสุขุมวิท และโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน   ทำให้มั่นใจได้ว่า การผ่าตัดเปลือกตาของท่านจะได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

ปัจจุบันคุณหมอรับแก้ปัญหาดังต่อไปนี้ค่ะ

การผ่าตัดตาสองชั้น, การเปิดหัวตา, การแก้หนังตาตก, การแก้ไขตาโปนจากโรคต่าง ๆเช่น โรคไทรอยด์,  การแก้ไขตาลึกโบ๋,  ตัดถุงใต้ตา , แก้ร่องน้ำตา, แก้ไขขนตาทิ่มตา ในคนสูงอายุ, เปลือกตาม้วนเข้าหรือ ม้วนออก, ตาเปิดเห็นตาขาวจากการผ่าตัดถุงใต้ตาเดิม, การแก้ไขชั้นตาที่ผ่าตัดตาสองชั้น,การแก้ตากระตุกผิดปกติ,  แก้ไขตาในผู้ป่วยหน้าเบี้ยวจากเส้นประสาทใบหน้าผิดปกติ,  ผ่าตัดก้อนที่เปลือกตา,  ก้อนที่ต่อมน้ำตา, รักษาท่อน้ำตาตัน, การทำทางเดินน้ำตาใหม่,  แก้ไขภาวะแทรกซ้อนจากทำตา

9. ราคาค่าบริการผ่าตัดถุงใต้ตา

ราคาค่าบริการ แก้ไขถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ในห้องผ่าตัดของคลินิกโดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้น แบบเหมาจ่ายที่ 35,000 บาท ** หากสนใจเป็นเคสรีวิวประจำเดือนนี้ ในราคาพิเศษ กรุณาติดต่อ รับจำนวนจำกัด คลิกลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลดเคสรีวิว

 

ส่วนการรักษาโดยไม่ผ่าตัด เช่น การฉีดสารเติมเต็มอัตราค่าบริการอยู่ระหว่าง 15,000 – 30,000 บาท
การฉีดไขมันอยู่ประมาณ 55,000 บาท

คลินิกสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงราคาค่าบริการ โดยอาจจะไม่ตรงกับที่แจ้งในเวบที่นี่และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อกับคลินิกก่อนทุกครั้ง อีกทั้งท่านสามารถเลือกทำการการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนขึ้น หรือผ่าตัดที่คลินิกแต่ต้องการหลับโดยใช้วิสัญญีแพทย์ช่วยด้วย ราคาอาจจะสูงกว่านี้

10. ผลข้างเคียงของการ ตัดถุงใต้ตา

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือการตัดไขมันออกมากเกินไป ทำให้เกิดการยุบตัวจนตาลึกโบ๋ การตัดถุงใต้ตาแทนที่จะสวยกลับทำให้ดูแก่ขึ้น

การตัดผิวหนังมากเกินไปทำให้ตาแบะออก (ectropion) , เอ็นตาหย่อน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีแนวโน้มเอ็นตาหย่อนอยู่เดิม การทำผ่าตัดตาล่างโดยไม่แก้ไขภาวะเอ็นตาหย่อนจะยิ่งทำให้เอ็นตาหย่อนมากขึ้น จนทำให้หลับตาไม่สนิท หรือมีปัญหาน้ำตาไหลซึม เนื่องจากน้ำตาไหลลงท่อน้ำตาซึ่งอยู่บริเวณหัวตาได้ยากจนทำให้รู้สึกรำคาญ

ผลข้างเคียงอีกชนิดที่ชอบพูดถึงกันบ่อยๆจนดูน่ากลัว คือเลือดออกจากการผ่าตัดมากจนทำให้ตาบอดไปเลย ซึ่งอันนี้เป็นไปได้ยากมาก ผลข้างเคียงอันนี้อาจจะเคยมีในอดีต แต่ปัจจุบันมีน้อยเพราะการผ่าตัดปัจจุบันใช้เลเซอร์หรือใบมีดไฟฟ้ากันแล้ว ต่างจากการผ่าตัด แก้ไขถุงใต้ตา ในยุคก่อนๆ เพราะการกรีดโดยใช้อุปกรณ์พิเศษเหล่านี้ในแต่ละตำแหน่งก็จะหยุดเลือดไหลไปด้วย

ดังนั้นประสบการณ์ของศัลยแพทย์จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยควรเริ่มจากการมองหาศัลยแพทย์เฉพาะ ทางด้านศัลยกรรมจักษุตกแต่ง ที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างถูกต้องและมีประสบการณ์การทำงานมาหลายปีจะดีกว่าค่ะ

เวลาตรวจและเวลานัดหมายการ ผ่าตัดถุงใต้ตา

ผู้ที่ต้องการ แก้ไขถุงใต้ตา สามารถนัดหมายได้ โดยติดต่อสอบถามโดยตรงกับรัตตินันท์คลินิก  นะคะ โดยปกติคลินิกเปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ เวลาตั้งแต่ 10.00-20.00 (วันอาทิตย์ปิดเวลา 18.00 น)  มีสถานที่สะอาด โอ่โถง สบาย ที่จอดรถมากมายกว่า 20 คันบนตึกทำการ

แต่คุณหมอจะสะดวก ผ่าตัดถุงใต้ตา ในวันพฤหัสช่วงเย็น ซึ่งจะสะดวกมาก หากคนไข้สามารถลางานวันศุกร์ได้และพักได้เต็มๆถึงสามวันก่อนจะเริ่มงานในวันจันทร์

รัตตินันท์คลินิก

ส่วนรับรองคนไข้

รัตตินันท์คลินิก

ห้องผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนการ ผ่าตัดถุงใต้ตา

  1. งดยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า 2 อาทิตย์ก่อนการทำผ่าตัด เช่นยาแอสไพรินหรือวาร์ฟาริน ยาบรูเฟน เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย  ดูรายชื่อยาทั้งหมดได้ ที่นี่
  2. ยาบางชนิดเช่นยาความดันหรือยาโรคประจำตัวอื่นๆ หากไม่แน่ใจว่าควรงด กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อน
  3. หยุดการสูบบุหรี่ สองอาทิตย์ก่อนการผ่าตัด
  4. จัดเตรียมให้มีคนคอยรับส่งหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะคืนแรกหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะต้องมีคนช่วยนำถุงเย็นเข้าไปประคบตลอดเวลา ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก

 

สนใจติดต่อสอบถาม ผ่าตัดถุงใต้ตา ที่รัตตินันท์คลินิก (อย่าจำสับสนกับ รพ จักษุรัตนิน นะคะ)

จันทร์- อาทิตย์ 10.00-20.00 น.
เลขที่ 5 อาคารสิทธิวรกิจ (The Fifth) ชั้น 12 A ซอยสีลม 3 (ซอยพิพัฒน์) ถนนสีลม เขตบางรัก  กรุงเทพ 10500

โทร. 022331424 , 022331425

FB : www.facebook.com/rattinanclinic
e-mail: info@rattinanclinic.com

yH5BAEAAAAALAAAAAABAAEAAAIBRAA7 - ผ่าตัดถุงใต้ตา สิ่งที่น่ารู้ก่อนทำ


ภาพรีวิว ก่อน – หลัง ผ่าตัดถุงใต้ตา

ผ่าตัดถุงใต้ตา eye-bag-surgery

ผ่าตัดถุงใต้ตา eye-bag-surgery

 

ผ่าตัดถุงใต้ตา eye-bag-surgery

ผ่าตัดถุงใต้ตา eye-bag-surgery

 

ผ่าตัดถุงใต้ตา eye-bag-surgery

 


สนใจติดต่อสอบถาม ผ่าตัดถุงใต้ตา ที่รัตตินันท์คลินิก (อย่าจำสับสนกับ รพ จักษุรัตนิน นะคะ)

จันทร์- อาทิตย์ 10.00-20.00 น.
เลขที่ 5 อาคารสิทธิวรกิจ (The Fifth) ชั้น 12 A ซอยสีลม 3 (ซอยพิพัฒน์) ถนนสีลม เขตบางรัก  กรุงเทพ 10500

โทร. 022331424 , 022331425

FB : www.facebook.com/rattinanclinic
e-mail: info@rattinanclinic.com

yH5BAEAAAAALAAAAAABAAEAAAIBRAA7 - ผ่าตัดถุงใต้ตา สิ่งที่น่ารู้ก่อนทำ

แชร์