ดูดไขมัน BodyTite

Dr.Rattinan 80x80 - ดูดไขมัน BodyTite
Fotona เลเซอร์ยกกระชับหน้ามาตรฐานสากล บุกตลาดความงามไทย เจาะกลุ่มคลีนิกไฮเอนด์
08/12/2017
ผ่าตัดถุงใต้ตา
ผ่าตัดถุงใต้ตา
21/12/2017

yH5BAEAAAAALAAAAAABAAEAAAIBRAA7 - ดูดไขมัน BodyTite

 

ดูดไขมัน BodyTite โดย เทคโนโลยี  RFAL
( Radio Frequency Assisted Liposuction ) คืออะไร

ดูดไขมัน BodyTite โดยเทคโนโลยี  RFAL  ( Radio Frequency Assisted Liposuction ) คือ การใช้คลื่นความถี่วิทยุชนิด Bipolar เนื่องจากพลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุชนิด Bipolar สามารถเปลี่ยนพลังงานเป็นคลื่นความร้อนที่เนื้อเยื่อผิว โดยอุณหภูมิของควบคุมไว้ไม่ให้เกิน 40องศาเซลเซียส ซึ่งการ  ดูดไขมัน BodyTite ต้องอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำให้ไขมันละลายมากที่สุด ทั้งยังไม่เกิดอันตรายกับผิวหนัง โดยสามารถปรับตั้งค่า Cut-Off   ได้ตั้งแต่  35 องศาเซลเซียส – 45 องศาเซลเซียส อีกทั้งบริเวณด้ามจับ BodyTite ยังมี   Sensor สำหรับวัดอุณหภูมิที่ผิว เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความร้อนมากเกินไป และอาจจะก่อให้เกิดการไหม้ที่เนื้อเยื่อหลังการ  ดูดไขมัน BodyTite (บอดี้ไทท์)

หลักการทำงานของคลื่นวิทยุ (RADIOFREQUENCY TECHNIQUE (RF))

หลักการทำงานของคลื่นRF คือ การส่งผ่านคลื่นวิทยุ เข้าสู่ชั้นผิวหนัง โดยการปล่อยคลื่นไฟฟ้าจะเป็นในรูปของคลื่นวิทยุอ่อนๆ ในช่วงความถี่ 0.3 – 0.5 MHz ที่ปลอดภัย เพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึก และประสานไปกับการนวดพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียน โดยร่างหายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 3° C- 5° C ทำให้มีความปลอดภัยต่อร่างกายสูง

คลื่นวิทยุชนิด Bipolar คืออะไร

คลื่นวิทยุสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด โดยแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณ หรือใช้ในการรักษาทางการแพทย์แตกต่างกันไป แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงคลื่นวิทยุที่ใช้ในการดูดไขมัน หรือคลื่นวิทยุชนิด Bipolar กันค่ะ คลื่นวิทยุชนิดนี้สามารถส่งพลังงานได้จากสองขั้ว โดยจะออกฤทธิ์กับผิวหนังส่วนชั้นบนเพื่อช่วยในการยกกระชับ และลดไขมัน โดยจะถูกใช้ในการดูดไขมันแบบ BodyTite เนื่องจากสามารถดูดไขมัน และช่วยในการกระชับผิวได้ในคราวเดียวกัน เนื่องจากสามารถช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ ซึ่งมีข้อดีคือ จะไม่ร็สึกเจ็บขณะทำ หรือเจ็บน้อยมากนั้นเอง

ข้อดีของการดูดไขมันแบบ BodyTite

  1. bodytite ใช้เทคโนโลยี RFAL ( Radio Frequency Assisted Liposuction )
  2. bodytite แล้ว แผลขนาดเล็ก เนื่องจากเครื่องมือมีขนาดเล็ก
  3. มีเครื่องมือวัดอุณหภูมิ และหน้าจอแสดงอุณหภูมิ ซึ่งจะช่วยป้องกันการไหม้ที่ผิวผู้ป่วยขณะดูดไขมัน
  4. สามารถตั้งหยุด เพื่อไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไปจนเกินอันตรายต่อผู้ป่วย
  5. มีเลือดออกน้อย
  6. หลัง ดูดไขมัน BodyTite ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวสามารถกลับบ้านได้ทันที
  7. การ ดูดไขมัน BodyTite นอกจากจะดูดไขมันออกไป แล้วยังสามารถกระชับผิวได้ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากคลื่นวิทยุจะไปช่วยกระตุ้นผิวในการสร้างคอลลาเจน

การเตรียมตัวก่อนการเข้ารับการดูดไขมัน Body Tite

  1. ควรได้รับการตรวจเลือด และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ก่อนการทำ เพื่อยืนยันว่ามีสุขภาพปกติ พร้อมที่จำทำการดูดไขมัน Body Tite เพื่อความปลอดภัย (ในกรณีที่มีโรคประจำตัว)
  2. งดยากลุ่มต้นความแข็งของเลือด เช่น แอสไพริน,วิตามินอี,น้ำมันปลา หรือยาแก้ปวดที่เป็นกลุ่ม NSAIDs เช่น บูโรเฟน,โวทาเรน และอาหารเสริม อย่างน้อย 2 สัปดาห์ (หากสงสัยยาที่รับประทานอยู่ ว่าสามารถทานได้ไหม สามารถสอบถามทางคลินิก กับแพทย์ได้โดยตรง)
  3. วางแผนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ต้องอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานาน ภายใน 2 อาทิตย์หลังจากการทำ ดูดไขมัน BodyTite 
  4. งดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง (สามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ)
  5. งดชา กาแฟ และยาที่อาจจะมีส่วนทำให้ใจสั่น
  6. งดการแต่งหน้า หรือสวมใส่เครื่องประดับอื่นๆ ที่มีค่า
  7. ในวันที่เข้ารับการ ดูดไขมัน BodyTite  ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มีขนาดหลวม และกว้าง เนื่องจากหลังทำต้องใส่ทับชุดพันแผลที่มีขนาดหนา
  8. อาบน้ำ สระผมให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับบริการ (หากทำบริวเณหน้าท้อง หรือขาด้านใน ควรทำการโกน หรือกำจัดขนบริเวณอวัยวะเพศออกให้หมด เนื่องจากต้องทำการติดเทปกาวแบบแน่น อาจทำให้ติดบริเวณขนและเกิดความเจ็บได้)
  9. ควรนำเพื่อนมาด้วย และแน่ใจว่าเพื่อนสามารถอยู่เป็นเพื่อนได้หลังจากการทำ 24-48 ชั่วโมง

 

ติดต่อสอบถาม โทร. 022331424 , 022331425

หรือ   FB : www.facebook.com/rattinanclinic
e-mail: info@rattinanclinic.com
Line id :  @rattinanclinic 

ดูดไขมัน

ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

– การดูดไขมัน Bodytite ด้วยการใช้ ยาชา อย่างเดียว (ตอนที่ 1)

– ดูดไขมัน bodytite ใช้ยาชาอย่างเดียว ปลอดภัยไม่เจ็บ

วิธีการดูแลตัวเองหลังการดูดไขมัน BodyTite

แชร์