ทำความรู้จักกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และการรักษา

3D SCANNER
เห็นจริงก่อนเสริมหน้าอก! ด้วย 3D scanner
10/11/2017
ผิวสวยหน้าใสด้วยเอลโตรเจน
ผิวสวยหน้าใสด้วย เอสโตรเจน อาหารบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่งจากภายใน
19/11/2017

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

เรื่องตาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่หากเป็นรุนแรงก็มีผลกระทบต่อการมองเห็นได้ เพราะ “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” ดังนั้น นอกจากจะมีปัญหาเรื่องการมองเห็นแล้วอาจกระทบต่อบุคลิกภาพด้วย

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออาการที่เปลือกตาตกมากกว่าปกติ หรือ Ptosis เนื่องจากกล้ามเนื้อ Levator palpebrae superioris ซึ่งมีหน้าที่ในการพยุงเปลือกตาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมมีปัญหา จึงทำให้เปลือกตาตกหรือหย่อนตามแรงโน้มถ่วง เป็นเหตุให้กระทบการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล

สาเหตุของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนั้นมีหลายชนิด

แบ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

  1. เป็นตั้งแต่กำเนิด หรือพ่อแม่ให้มา (Congenital Ptosis) ส่วนใหญ่พบในเด็ก และอาจทำให้เด็กบางคนมีปัญหาสายตา เช่น ตาขี้เกียจหรือตาเหล่ได้ในภายหลัง
  2. เป็นภายหลัง (Acquired Ptosis) อาจเกิดจากการบาดเจ็บหรือได้รับการกระทบกระเทือนกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตามาก่อน หรือเป็นสาเหตุจากโรคอื่น ๆ เช่น โรคประสาทและสมอง หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthemia gravis)
  3. กาลเวลาพรากไป หรือความเสื่อมตามวัย (Senile Ptosis) กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากสาเหตุนี้พบได้ในผู้สูงอายุ

การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสาเหตุ รายที่เป็นรุนแรงอาจทำให้รบกวนการมองเห็นเนื่องจากหนังตาตกจนบดบังทัศนวิสัย ทำให้เสียบุคลิก เพราะต้องเงยหน้าหรือยกคางตลอดเวลาเพื่อเพิ่มลานสายตาและช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น หากมีอาการรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน จักษุแพทย์ผู้รักษาจะแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อแก้ไขกล้ามเนื้อ Levator palpebrae superioris หรือใช้วิธี Sling Operation คือการใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากมาช่วยในการพยุงกล้ามเนื้อเปลือกตาเพื่อแก้ปัญหาหนังตก

ในกรณีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงในเด็ก หรือที่ส่วนใหญ่เป็นมาแต่กำเนิด และเนื่องจากเด็กที่มีปัญหานี้อาจทำให้เกิดปัญหาสายตาตามมาภายหลังอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว จักษุแพทย์โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผ่าตัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ คือ

  • อายุ
  • มีปัญหาทั้งสองข้างหรือข้างเดียว
  • ระดับของเปลือกตา
  • ความแข็งแรงกล้ามเนื้อเปลือกตา
  • การเคลื่อนไหวของตาทั้งสองข้าง

แต่ไม่ว่าจะได้รับการผ่าตัดหรือไม่ เด็กที่มีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก็ยังจำเป็นต้องพบจักษุแพทย์สม่ำเสมอ เนื่องจากตาของเด็กมีการเจริญเติบโตขึ้นตามอายุที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงการมองเห็นหรือการรับภาพได้ ส่วนจะต้องพบแพทย์ถี่แค่ไหน ขึ้นอยู่ปัจจัยของเด็กแต่ละคนและความเห็นของแพทย์ผู้รักษา

ในกรณีที่ไม่สะดวกในการผ่าตัด หรือร่างกายไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด อีกวิธีในการแก้ไขคือ การใช้แว่นตาพิเศษที่มีส่วนค้ำยันเสริมบริเวณเปลือกตา หรือ Ptosis Crutch

บางคนอาจสงสัยว่า แล้วมีวิธีป้องกันไหม? ซึ่งจริงแล้ววิธีป้องกันการเกิดได้โดยตรงนั้นไม่มี เพียงแต่เมื่อมีปัญหาที่กระทบเรื่องการมองเห็น ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือการทำกิจกรรมที่อาจเกิดอันตรายได้ง่าย จนกว่าจะได้รับแก้ไขที่ถูกวิธี

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ไม่ว่าจะด้วยการผ่าตัดหรือวิธีอื่น ๆ ต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ เพราะการผ่าตัดไม่ว่า เล็กหรือใหญ่ก็มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายและความรุนแรงของแต่ละคน การรักษาแบบเดียวกันอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน การปรึกษาแพทย์เป็นประจำเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันอาการที่เปลี่ยนแปลงและรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก specialistshospital.com waesthetics.com

ปรึกษาปัญหา 

สนใจติดต่อสอบถาม รัตตินันท์คลินิก หรือโทร. 022331424 , 022331425 จันทร์- อาทิตย์ 10.00-20.00 น.

FB : www.facebook.com/rattinanclinic
e-mail: info@rattinanclinic.com

yH5BAEAAAAALAAAAAABAAEAAAIBRAA7 - ทำความรู้จักกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และการรักษา